แถลงการณ์ ในหลวงมีน้ำไขสันหลังในโพรงพระสมอง มากกว่าปรกติ

0

Posted by admin | Posted in ข่าว ในพระราชสำนัก | Posted on 23-05-2016

Tags:

แถลงการณ์จากสำนักพระราชวัง ฉบับที่ 24 ‘ในหลวง’ ทรงมีภาวะน้ำไขสันหลังในโพรงพระสมองมากกว่าปรกติ คณะแพทย์ถวายการรักษา ผลเป็นที่น่าพอใจ

แถลงการณ์สำนักพระราชวัง เรื่อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินมาประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช ฉบับที่ 24 วันนี้ (20 พ.ค.2559) คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้รายงานว่า การตรวจติดตามพระอาการภาวะน้ำไขสันหลังในโพรงพระสมองมากกว่าปรกติ ซึ่งได้ถวายการรักษาด้วยวิธีใส่สายระบายน้ำไขสันหลังจากช่องพระสันหลัง บริเวณบั้นพระองค์ (บั้นเอว) เข้าสู่ช่องพระนาภี (ช่องท้อง) เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2554 พบว่า มีการเคลื่อนไหวผิดปรกติของกล้ามเนื้อพระพักตร์ (หน้า) คณะแพทย์ฯ จึงได้ขอพระราชทานถวายตรวจโพรงพระสมองด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์วันนี้ พบว่า ทรงมีภาวะน้ำไขสันหลังในโพรงพระสมองมากกว่าปรกติ คณะแพทย์ฯ จึงได้ขอพระราชทานถวายการแก้ไขด้วยการปรับสายระบายน้ำในช่องพระนาภี (ช่องท้อง) ตั้งแต่เวลา ตั้งแต่เวลา 18.30-19.45 น. ผลเป็นที่พอใจของคณะแพทย์ฯ ซึ่งคณะแพทย์ฯ จะได้ทำการติดตามพระอาการอย่างใกล้ชิดต่อไป

จึงประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน

สำนักพระราชวัง

20 พฤษภาคม พุทธศักราช 2559

แทรกกลางระหว่าง 3 คัน กระบะเมาคร่อมเลน ชนพังทุกคัน

0

Posted by admin | Posted in ข่าว อุบัติเหตุ | Posted on 21-05-2016

Tags:

รถกระบะจอดติดไฟแดง แต่มีกระบะอีกคัน เข้ามาเสียบแทรกกลางระหว่างเลน พังเสียหายทุกคัน คนขับเมา-ตั้งสติหลบหนีไป

โลกออนไลน์ได้แชร์ภาพอุบัติเหตุรถกระบะ 3 คัน เกิดเบียดแย่งเส้นทางระหว่างจะข้ามทางแยก ทำให้รถยนต์ทั้งหมดได้รับความเสียหาย โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อคุณ Jin H-aiyara ได้แชร์ภาพเหตุที่เกิดเหตุ บริเวณทางแยกแห่งหนึ่งที่ อ.บ้านแพ จ.ราชบุรี

ภาพที่เกิดเหตุขึ้นเผยให้เห็นรถกระบะ 2 คันที่จอดรอสัญญาณไฟอยู่ในเลนของตัวเองตามปกติ แต่ปรากฏว่ามีรถกระบะคันสีดำ พุ่งตัวแทรกเข้ามาตรงกลาง ทำให้เบียดรถกระบะที่อยู่ในช่องจราจรปกติอย่างจัง โดยเจ้าของโพสต์ระบุว่า “รถจอดติดไฟแดงตามปกติ กระบะเมาเสียงตรงกลางเฉย ก่อนจะเปิดกระจกจะหลบหนีไป”

ทั้งนี้ ภาพดังกล่าวพบว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา แต่โลกออนไลน์นำมาแชร์เผยแพร่กัน เนื่องจากว่าเมื่อวานนี้ (19 พ.ค.) เพิ่งเกิดกรณีคล้ายๆ กันภาพดังกล่าว เมื่อรถยนต์ 2 คันแย่งกันเข้าช่องทางด่วน เป็นเหตุทำให้รถเฉี่ยวชนกันเละไม่เป็นท้า ถูกวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานา แต่สำหรับกรณีดังกล่าวเชื่อว่าเป็นการเมาแล้วขับ

พบตัวแล้ว ! ตำรวจเมืองเชียงใหม่ หน้าคล้ายนายกฯ แจงเหมือนแค่บางมุม

0

Posted by admin | Posted in ข่่าวสังคม, ความรู้ทั่วไป | Posted on 16-05-2016

Tags: ,

พบแล้ว ! ด.ต. ธราธิป ศรีงาม ตำรวจเมืองเชียงใหม่ หน้าตาเหมือนท่านนายกตู่ เจ้าตัวแจงบางมุมอาจมีส่วนคล้าย และจะเหมือนมากที่สุด เมื่อแต่งกายชุดฝีก และสวมหมวกเบเรต์

จากกรณีที่โลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพของนายตำรวจท่านหนึ่งที่มาดูแลงานฮอมปอยสถาปนิกล้านนา อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ซึ่งมีลักษณะหน้าตาคล้ายกับ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กลายเป็นที่ฮือฮาเพียงชั่วข้ามวัน ตามข่าวที่รายงานไปแล้วนั้น [อ่านข่าว : ตำรวจเชียงใหม่ ทำฮือฮา หน้าตาหน้าเหมือนนายกฯ นึกว่าลงมาตรวจการเอง]

ล่าสุด วันที่ 16 พฤษภาคม 2559 รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 ได้นำเสนอข่าวว่า ขณะนี้พบตัวนายตำรวจท่านนี้แล้ว ทราบชื่อ คือ ด.ต. ธราธิป ศรีงาม อายุ 44 ปี ผู้บังคับหมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.แม่ริม เชียงใหม่ ทำหน้าที่สายตรวจประจำตู้ยามดอนแก้ว

โดย ด.ต. ธราธิป เล่าว่า ภาพที่ถูกแชร์ต่อ ๆ กันในโลกออนไลน์นั้น เป็นภาพขณะที่ไปปฎิบัติหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยในงานสถาปนิกล้านนา เมื่อวันที่ 22 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งตอนที่ปฎิบัติหน้าที่อยู่นั้น ก็ได้มีประชาชนเข้ามาขอถ่ายภาพ และนำไปโพสต์จนเป็นที่ฮือฮา

ด.ต. ธราธิป เล่าต่อว่า ในส่วนที่บอกว่าของตนมีหน้าตาคล้ายกับ พล.อ. ประยุทธ์ นั้น ตนคิดว่าแค่อาจมีส่วนคล้ายในบางท่า หรือบางมุมเท่านั้น โดยเฉพาะหากสวมชุดฝึกภาคสนาม และสวมหมวกเบเรต์จะมีส่วนคล้าย ซึ่งก็มีคนทักหลายคน แต่หากแต่งกายธรรมดา ๆ ตนก็เหมือนคนธรรมดาทั่วไป

 

กลยุทธ์ ซื้อหารองเท้าวิ่งอันใหม่ให้ได้เหมาที่สุด

0

Posted by admin | Posted in คาสิโนออนไลน์ | Posted on 24-03-2016

Tags: ,

เทรนด์ของการออกกำลังกำลังมาแรงอย่างมาก โดยเฉพาะการวิ่ง เห็นได้จาก  Facebook ที่เพื่อนๆเปลี่ยนกันโชว์ภาพชูเหรียญมาราธอนงานใหม่ๆ กันทุกอาทิตย์ตั้งแต่เช้าตรู่ 
 
ในขณะที่เราเพิ่งขยี้ตาตื่น ถ้ามันจะอินเทรนด์เช่นนี้แล้วสำหรับคนที่อยากมาแข่งขันวิ่งบ้าง จะเริ่มอย่างใดให้ง่ายที่สุด ชัดเจนว่าอุปกรณ์ที่สำคัญที่สุดคงต้องเป็นรองเท้า และถ้าหากว่าจะเลือกรองเท้าวิ่งคู่ใหม่ให้ดีที่สุด เรามีเคล็ดแบบนักวิ่งมาราธอนมาฝาก
 
1. เลิกเอารองเท้าผ้าใบที่ใส่เดินเที่ยวตามห้างสรรพสินค้ามาใส่วิ่ง เลือกรองเท้าที่เหมาะกับการวิ่งจะเหนือชั้นกว่าครับ หลายคนบอกว่ารองเท้าผ้าใบก็แบบเดียวกัน แต่จริงๆแล้วรองเท้าที่ออกแบบเพื่อวิ่งเป็นพิเศษจะรองรับน้ำหนักได้เหนือกว่าซึ่งจะป้องกันการบาดเจ็บที่อาจจะบังเกิดได้ดีกว่ารองเท้าผ้าใบทั่วไป ข้อนี้ง่ายๆครับ เลือกที่เป็น Running Shoes เป็นอันจบ
 
2. นอกจากเลือกรองเท้าให้แน่นกับรูปเท้า ยืดหยุ่นสูงแล้ว ขอบอกว่าพื้นรองเท้าก็มีผลกระทบต่อการวิ่งไม่น้อย ลายของพื้นรองเท้าควรเลือกสรรแบบที่หนา และเส้นบนพื้นรองเท้าควรมีเส้นที่ลึกและเส้นเป็นทางขวางยาว เพราะรองเท้าวิ่งที่หนาจะสนับสนุนรองรับแรงกระแทกจากการวิ่ง ส่วนลายบนพื้นรองเท้าบริเวณฝ่าเท้าควรมีลายขวางยาวให้รองเท้ายืดหยุ่นได้ง่ายและช่วยเพิ่มแรงในการส่งตัวเพื่อดันไปข้างหน้าทำให้วิ่งได้ดีขึ้น
 
3. กระบวนการการลองสำคัญมาก ควรลองโดยการลองรองเท้าทั้ง 2 ข้าง เพราะปกติเท้าซ้ายพร้อมกับขวาปกติของเราจะไม่เสมอกัน การคัดโดยลองสวมเพียงด้านเดียว อาจได้รองเท้าที่คับ หรือ หลวมเกินดีได้ จากนั้นผูกเชือกรองเท้าให้แน่น กดที่ด้านหัวของรองเท้า เพื่อเช็คว่าปลายเท้าเราพอดีกับรองเท้าจากนั้นทดสอบโดยเดินไปรอบๆ
 
4. นำถุงเท้าไปเองในวันที่ซื้อรองเท้า เนื่องจากว่าการที่ใช้รองเท้าของที่ร้านความหนาของถุงเท้าที่ร้าน ไม่เหมือนถุงเท้าที่บ้าน ฉะนั้นแนะนำให้นำถุงเท้าคู่โปรดติดตัวไปลองรองเท้าวิ่งด้วยจะดีเลิศ หรือเลือกซื้อถุงเท้าที่เหมาะสมกับการวิ่งที่ร้านกลับมาพร้อมกับรองเท้าเป็นชุดคู่กันก็โอเคครับ
 
5. จริงอยู่ว่าการวิ่งเป็นกีฬาที่ประหยัดที่สุด และรองเท้าวิ่งก็มีหลายหลากราคาให้เลือก ด้วยเหตุนั้นก็เลือกให้สมควรกับเงินในกระเป๋าด้วย และเพื่อผู้ที่ยังไม่แน่ใจว่าการวิ่งเป็นกีฬาที่เหมาะกับคุณหรือไม่ ถ้ารองเท้าที่ราคาสูงเกินไปก็อาจจะไม่คุ้มกับเงินที่เสียไปครับ ลองวิ่งไปก่อนจนรู้ว่าวิ่งเป็นการออกกำลังที่เข้ากับชีวิตตัวเอง ค่อยขยับเลือกรองเท้าที่ราคาสูงขึ้นก็ไม่สายครับ
 
สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ไม่อยากให้ลืม การวิ่งไม่ใช่ราคา หรือแบรนด์ของรองเท้า แต่มันคือการออกไป “วิ่ง” เพื่อบริหารร่างกายต่างหาก ออกไปวิ่งกันครับ

พฤติกรรมการใช้เฟสบุ๊คที่เพื่อนเบื่อ

0

Posted by admin | Posted in ความรู้ทั่วไป, อินเตอร์เน็ต, โปรโมชั่น | Posted on 17-12-2015

ถ้าหากคุณไม่อยากจะกลายเป็นคนที่ใครๆเห็นว่า “น่าเบื่อ” “น่ารำคาญ” หรือ กระทั่ง “ไม่น่าคบ” บนโลกโซเชียล และอาจลามมาถึงชีวิตจริงละก็ ลองศึกษาดูพฤติกรรมเหล่านี้ ว่าจริงๆแล้ว มันน่ารำคาญขนาดไหน และเราเป็นมั้ย

พฤติกรรมการใช้เฟสบุ๊ค ที่เพื่อนเบื่อ 1. ขยันโพสต์บ่อยเกิน
ถ้าคุณโพสต์รูปลูกทั้งวันทั้งคืน หรืออัพเดทสเตตัสใหม่ๆ หรือหัวข้อข่าวทุกชั่วโมง อาจจะเยอะเกินไปหน่อย การโพสต์วันละหนึ่งครั้ง หรือสองครั้ง น่าจะกำลังดี ถ้ามากกว่านั้น เพื่อนๆคงแอบเอียนกันน่าดู

พฤติกรรมการใช้เฟสบุ๊ค ที่เพื่อนเบื่อ 2. การตลาดแบบเครือข่าย
หลายคนที่ทำธุรกิจขายตรงหรือธุรกิจค้าขายบริการอะไรก็ตาม แต่อย่าลืมว่ายังมีคนที่ไม่ชอบโดนหลอกและถูกบังคับทางอ้อมโดยเฉพาะการกดดันให้เข้าไปพูดคุยรวมถึงซื้อของที่ไม่ต้องการในนามของมิตรภาพด้วย ดังนั้นพิจารณาเรื่องการโพสต์ข้อความเหล่านั้นว่าจะไปรบกวนกระดานข่าวของเพื่อนๆหรือไม่

พฤติกรรมการใช้เฟสบุ๊ค ที่เพื่อนเบื่อ 3. เซลฟี่หนักมาก
จริงๆแล้วใครๆก็เซลฟี่ แต่ถ้าเซลฟี่บ่อยๆหนักๆด้วยความภูมิใจในเสื้อผ้าหน้าผมของตัวเอง มันกลับแสดงความไม่มั่นใจหรือขาดความมั่นใจในตัวเองไปซะอีกนะ และเพื่อนๆก็อาจรู้สึกเบื่อเอาได้ ลองให้คนอื่นช่วยถ่ายภาพให้บ้าง หรือเป็นรูปที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับเพื่อนๆบ้าง แม้จะมีคุณอยู่ในนั้นก็ยังดูเป็นธรรมชาติน่าสนใจขึ้นนะ

พฤติกรรมการใช้เฟสบุ๊ค ที่เพื่อนเบื่อ 4. ปั้นแต่งเรื่อง
ไม่มีชีวิตของใครที่สมบูรณ์แบบไปซะทุกเรื่อง ดังนั้นแต่งเรื่องปิดบังตัวตนซะหมด แบ่งปันช่วงเวลาดีๆสลับกับเปิดโอกาสให้คนอื่นได้เข้ามาให้กำลังใจคุณในยามที่ลำบากบ้างก็ได้ ไม่มีอะไรดีไปกว่าการที่ได้รู้ว่าคนอื่นก็มีประสบการณ์ไม่ต่างจากคุณ และถ้าปั้นเรื่องมาก ท้ายที่สุด ก็จะมีคนจับได้

พฤติกรรมการใช้เฟสบุ๊ค ที่เพื่อนเบื่อ 5. โพสต์เนื้อหาข่าวที่ไม่เหมาะสม
อย่าโพสต์รูปหรือบทความที่อาจทำให้คนอื่นรู้สึกไม่ดี หรืออายที่จะให้ลูกๆหรือหัวหน้าเห็นบนคอมพิวเตอร์ของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นภาพวับๆแวมๆ หรือคำพูดลามก หยาบคาย

พฤติกรรมการใช้เฟสบุ๊ค ที่เพื่อนเบื่อ 6. ต่อสู้กันอย่างหยาบคาย
Facebook เป็นพื้นที่ที่เหมาะในการแบ่งปัน แสดงความคิดเห็นต่างๆ และต่างคนต่างความคิด ดังนั้น เมื่อมีใครคิดต่าง ก็ไม่ควรที่จะมีใครแสดงความคิดเห็นหยาบคายต่อสู้กัน ระวังเพื่อนๆจะหนีหายกันหมด

พฤติกรรมการใช้เฟสบุ๊ค ที่เพื่อนเบื่อ 7. อัพเดทสเตตัสแบบคลุมเครือ
การตั้งสเตตัสเพื่อสร้างความสงสัย หรือ เรียกร้องความสนใจแบบไม่มีที่มาที่ไป ไม่มีต้นสายปลายเหตุ เช่น “ไม่อยากเชื่อเลยว่ามันจะเกิดขึ้น” (แล้วจบเลย) เป็นอีกการกระทำที่น่ารำคาญ ก็อาจจะมีคนมาถามว่า เกิดอะไรขึ้น แต่ถ้าทำบ่อยๆ คนเขาก็คงเลิกถามและรู้สึกเบื่อได้

ความรำคาญทั้ง 7 ข้อนี้ รวบรวมโดย blogger Katelyn Carmen จากเว็บไซต์ familyshare.com แล้วคุณล่ะรำคาญพฤติกรรมบน Facebook แบบไหนบ้าง